วันที่ 21 กันยายน 2569 ความคืบหน้ากรณี น.ส.ดวงพร หรือ ยีนส์ อายุ 35 ปี ชาวอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เสียชีวิตในกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดยผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวไต้หวันที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุหลังเกิดปัญหาความสัมพันธ์ ก่อนมีการนำร่างผู้เสียชีวิตซุกซ่อนภายในกระเป๋าเดินทางนานหลายวัน จนเจ้าหน้าที่ตรวจพบและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุด นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย เปิดเผยว่า อำเภอพิมายได้ประสานงานกับญาติผู้เสียชีวิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือในฐานะคนไทยที่เสียชีวิตจากการถูกกระทำความรุนแรงในต่างประเทศ
เบื้องต้น ได้มีการประสานหน่วยงานด้านยุติธรรม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลสิทธิของผู้เสียหาย โดยกรณีดังกล่าวถือเป็นคดีอาญาที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล เพื่อพิจารณาแนวทางทางกฎหมาย รวมถึงการเรียกร้องค่าเสียหายหรือการเยียวยาตามสิทธิที่พึงได้รับ
นายอำเภอพิมาย ระบุด้วยว่า ผู้เสียชีวิตมีฐานะค่อนข้างยากลำบาก เป็นผู้กำพร้าบิดามารดา และอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่อำเภอพิมาย ทางอำเภอจึงจะประสานสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าดูแลและให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างใกล้ชิดต่อไป
ด้านญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น.ส.ดวงพรเป็นบุตรคนเดียวของครอบครัว หลังบิดาและมารดาเสียชีวิตแล้ว เจ้าตัวใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นหลัก และมักติดต่อพูดคุยกับญาติอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีแผนเดินทางกลับบ้านที่อำเภอพิมาย
ญาติระบุว่า ผู้เสียชีวิตเคยใช้ชีวิตและทำงานในต่างประเทศเป็นเวลานานกว่า 10 ปี และชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นประจำ โดยก่อนหน้านี้เคยคบหากับชายชาวเกาหลีใต้ ส่วนชายชาวไต้หวันที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ญาติไม่เคยรับทราบรายละเอียดมาก่อน
ทั้งนี้ ญาติเริ่มผิดสังเกตหลังไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติ เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ติดต่อสื่อสารกับครอบครัวอยู่เสมอ และมักเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำ
หลังจากพยายามติดต่อแต่ไม่สำเร็จ ญาติได้ประสานบุคคลใกล้ชิดในต่างประเทศช่วยติดตามหา กระทั่งได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าพบผู้เสียชีวิตในกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับครอบครัว เนื่องจากไม่ทราบมาก่อนว่าผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปยังไต้หวัน
สำหรับประเด็นเรื่องทรัพย์สิน ญาติระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีทรัพย์สินส่วนตัวหลายรายการ ทั้งเงินออม ทองคำ และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ โดยบางส่วนอยู่ในประเทศไทย และบางส่วนอาจติดตัวไปต่างประเทศ ขณะนี้ครอบครัวอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามทรัพย์สิน รวมถึงดำเนินการรับอัฐิกลับประเทศไทยเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา
นอกจากนี้ ญาติยังมีความประสงค์จะขอคำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายหรือการเยียวยาจากผู้ต้องหา โดยเตรียมประสานหน่วยงานที่ดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ เพื่อสอบถามแนวทางดำเนินการตามกฎหมายต่อไป