วันที่ 8 กันยายน 2569 นายวุฒิภร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี หลังลูกสาววัย 17 ปี ประสบอุบัติเหตุจากการถูกฝูงสุนัขวิ่งไล่ขณะขี่รถจักรยานยนต์ จนเสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ต้องเย็บบาดแผลรวมประมาณ 40 เข็ม และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเกือบ 50,000 บาท เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. บริเวณเส้นทางด้านหลังบ้านเอื้ออาทร มุ่งหน้าไปทางเมธาพัฒน์ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา
โดย น.ส.ป๋อมแป๋ม อายุ 17 ปี ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน หลังนำโทรศัพท์มือถือไปให้เพื่อนที่บ้านเอื้ออาทร ระหว่างทางถูกฝูงสุนัขจำนวนมากวิ่งไล่ จึงพยายามเร่งรถเพื่อหลบหนี แต่สุนัขยังวิ่งไล่ติดตาม ทำให้เสียหลัก รถจักรยานยนต์ล้มลง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า คิ้ว หัวไหล่ และขา
นายวุฒิภร ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุลูกสาวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและนอนพักรักษาตัว 1 คืน ก่อนออกจากโรงพยาบาลในช่วงเย็นวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีบาดแผลหลายแห่ง ต้องเย็บรวมประมาณ 40 เข็ม
ขณะนี้ลูกสาวยังมีอาการเจ็บบริเวณคิ้วด้านขวา ใบหน้า ขา และหัวไหล่ รวมถึงมีอาการระบมตามร่างกาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอยู่ที่ประมาณ 48,000 บาท และยังมีค่าทำแผลเพิ่มเติมอีกประมาณ 1,300 บาท รวมเป็นเงินเกือบ 50,000 บาท
นายวุฒิภร กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวมีสุนัขอยู่เป็นจำนวนมาก และพบพฤติกรรมสุนัขวิ่งไล่ประชาชนที่ใช้เส้นทางอยู่เป็นประจำ จึงต้องการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับประชาชนรายอื่น
“อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องสุนัข อยากให้แก้ปัญหาให้จบ เพราะประชาชนจำเป็นต้องใช้เส้นทาง และไม่ควรต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกสุนัขวิ่งไล่จนเกิดอุบัติเหตุ” นายวุฒิภร กล่าว
ด้าน นางธมกร (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.หัวทะเล กล่าวว่า ปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่ ต.หนองบัวศาลา และ ต.หัวทะเล มีมานานแล้ว แต่ระยะหลังพบว่าจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะสุนัขบางตัวที่มีพฤติกรรมดุร้ายหรือวิ่งไล่รถจักรยานยนต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อชีวิตประชาชน
อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการให้ปัญหาดังกล่าวกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับสุนัข หรือกลุ่มคนที่คอยดูแลและให้อาหารสุนัข แต่เห็นว่าทุกฝ่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการควบคุมและลดจำนวนประชากรสุนัขจรจัด
นางธมกร เสนอให้หน่วยงานภาครัฐ เช่น ปศุสัตว์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทีมลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อจับสุนัขจรจัดที่ประชาชนไม่สามารถควบคุมได้ นำไปตรวจสุขภาพ ทำหมัน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงดูแลเรื่องเห็บ หมัด และสุขอนามัย
หลังจากทำหมันแล้ว ควรมีระบบดูแลสุนัขในช่วงพักฟื้น ก่อนพิจารณานำกลับคืนสู่พื้นที่เดิม หรือเร่งหาผู้รับเลี้ยงและบ้านใหม่ เพื่อลดจำนวนสุนัขในชุมชน ขณะเดียวกันควรให้ความสำคัญกับลูกสุนัขที่เกิดใหม่ ด้วยการจัดระบบหาบ้านและควบคุมการขยายพันธุ์ โดยเฉพาะสุนัขเพศเมียที่ถึงวัยเหมาะสมควรเข้าสู่กระบวนการทำหมัน
นางธมกร ยังกล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและทำงานเชิงรุก ไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้ามาดำเนินการ เพราะหากปล่อยให้จำนวนสุนัขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาจะยิ่งแก้ไขได้ยาก และอาจส่งผลกระทบทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนและสุขอนามัยของคนในชุมชนในระยะยาว