วันที่ 8 กันยายน 2569 จากกรณีตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุรถกระบะสีดำขับในลักษณะประมาทหวาดเสียว ก่อนเสียหลักพุ่งตกคูกลางถนนบายพาสอุดรธานี โดยพบคนขับเป็นชายวัย 65 ปี อดีตข้าราชการครูเกษียณ อยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างหนัก พูดจาไม่รู้เรื่อง และมีอาการลุกลี้ลุกลน
เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและตรวจค้น พบยาบ้า 1 เม็ดอยู่ในกระเป๋าสะพาย และอาวุธปืน 2 กระบอกภายในรถ จึงควบคุมตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นเกี่ยวกับการพกพาและครอบครองอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ รวมถึงเมาแล้วขับ ก่อนนำตัวส่งศาล โดยภรรยา ลูก และลูกเขย เดินทางมาเยี่ยมและยื่นประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งได้รับการประกันตัวแล้ว
ภายหลังสร่างเมา อดีตครูเกษียณเปิดใจว่า วันเกิดเหตุได้ดื่มสุรากับหลานรวม 3 คน หมดไปประมาณ 1 ขวดกลม ก่อนขับรถกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเกิดอาการวูบ โดยเจ้าตัวระบุว่ามีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
ส่วนอาวุธปืน 2 กระบอกที่พบในรถ เจ้าตัวชี้แจงว่า กระบอกหนึ่งเพื่อนเก็บได้จากในสวนยางพาราและฝากให้นำไปขายในราคา 10,000 บาท โดยจะได้รับส่วนแบ่งจากการขาย ส่วนอีกกระบอกเป็นปืนที่ได้รับเป็นมรดก ขณะที่ยาบ้า 1 เม็ดที่พบในกระเป๋า เจ้าตัวระบุในตอนแรกว่าไม่ทราบว่าเป็นของใคร
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเคยเสพยาบ้าหรือไม่ อดีตครูเกษียณยอมรับว่าเคยเสพจริง โดยอ้างว่าเสพไป 1 เม็ดกับเพื่อนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อดีตครูเกษียณกล่าวขอโทษครอบครัวและสังคม พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และฝากเตือนผู้ที่ดื่มสุราว่า “เมาแล้วอย่าขับรถแบบผมแล้วกัน” โดยยืนยันว่าจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน ตั้งใจเลิกดื่มสุราและเลิกยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย