วันที่ 3 สิงหาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุฆาตกรรม 5 ศพ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัว นายฑณา หรือ ป๋อง (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาได้แล้ว แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมและความโหดร้ายของคดียังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ล่าสุด ได้รับการเปิดเผยจาก นายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่เคยพบชายที่เชื่อว่าเป็นนายป๋อง ก่อนเกิดคดีดังกล่าว โดยระบุว่า หลังทราบข่าวเหตุฆาตกรรมในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ ทำให้ตนนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้
นายเอ เล่าว่า จำวันและเวลาเกิดเหตุได้ไม่แน่ชัด แต่คาดว่าอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 00.00-01.00 น. ขณะนั้นหลังจากไปนั่งเล่นที่บ้านเพื่อนและกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ระหว่างทางผ่านซอยเปลี่ยวที่ใช้เป็นประจำ ได้พบชายคนหนึ่งซึ่งจำได้ว่าเป็นนายป๋อง แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนถืออาวุธปืนอยู่กลางถนน
จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เรียกให้หยุดรถ พร้อมสอบถามว่าจะเดินทางไปที่ไหน ตนจึงตอบเพียงว่ากำลังจะกลับบ้าน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะปล่อยให้ขี่รถผ่านไป
อย่างไรก็ตาม ระหว่างขี่รถผ่านจุดดังกล่าว นายเอ สังเกตเห็นบริเวณป่าข้างทาง มีผู้หญิง 2 คน นั่งยองๆ และก้มหน้าอยู่ แต่ขณะนั้นไม่ได้คิดเอะใจอะไร ก่อนรีบขี่รถออกจากบริเวณนั้นทันที เนื่องจากรู้สึกหวาดกลัวที่เห็นชายคนดังกล่าวถืออาวุธปืน
นายเอ ยืนยันว่า แม้จะไม่สามารถระบุวันเวลาได้อย่างชัดเจน แต่ยังจำภาพผู้หญิงทั้ง 2 คนที่นั่งยองๆ ก้มหน้าอยู่บริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าเหตุการณ์ที่พบเกิดขึ้นก่อนมีข่าวการเสียชีวิตของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย รวมถึงก่อนคดีฆ่ายกครอบครัวจะกลายเป็นข่าวใหญ่ โดยยืนยันว่าชายที่พบในวันนั้นคือนายป๋องอย่างแน่นอน ส่วนผู้หญิงทั้งสองคนยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นใคร
ทั้งนี้ นายเอ ยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เนื่องจากกังวลว่าหากผู้ก่อเหตุได้รับโทษและกลับออกมาในอนาคต อาจมีโอกาสกลับไปก่อเหตุซ้ำได้อีก
ต่อมาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดที่นายเอ ให้ข้อมูล พร้อมให้เจ้าตัวชี้ตำแหน่งที่เคยพบเห็นผู้หญิงทั้งสองคน พบว่าบริเวณโพรงหญ้าข้างทางมีร่องรอยลักษณะคล้ายมีคนนั่งทับต้นหญ้า จนปรากฏเป็นร่องรอยคล้ายจุดที่มีคนนั่งอยู่จริง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไป