ข่าวโซเชียล

จำได้ไหม! อดีตผู้สื่อข่าวดัง เล่าเอง คดีครอบครัวหมอภาส ยังจำสีหน้าผู้ต้องหาไม่ลืม

|
จำได้ไหม! อดีตผู้สื่อข่าวดัง เล่าเอง คดีครอบครัวหมอภาส ยังจำสีหน้าผู้ต้องหาไม่ลืม

วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เพจ ข่าว3มิติ เผยแพร่บทความของ จตุรงค์ สุขเอียด บรรณาธิการข่าว3มิติ ย้อนเล่าคดีสะเทือนขวัญ ศักดิ์ ปากรอ ผู้ก่อเหตุฆ่าแขวนคอ 5 ศพ ครอบครัวหมอภาส ภายในบ้านพัก อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อปี 2540 พร้อมเชื่อมโยงแง่มุมของคดีดังกล่าวกับเหตุฆาตกรรมอำพรางใน จ.ชลบุรี ที่กำลังเป็นที่สนใจของสังคม

จตุรงค์เล่าว่า ตนติดตามคดีนี้มาตั้งแต่วันแรกที่พบศพ เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากบ้านของตนใน จ.สงขลา จำภาพวันที่ศักดิ์ถูกนำตัวมาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้เป็นอย่างดี แม้ศาลจะพิพากษาประหารชีวิต แต่ผู้ต้องหากลับเดินออกจากห้องพิจารณาด้วยสีหน้ายิ้มมุมปาก เหลือบมองไปยังบัลลังก์อย่างเยือกเย็น ก่อนขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังกลับเรือนจำ ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชน

จากการลงพื้นที่ทำรายการย้อนหลัง จตุรงค์ได้กลับไปยังบ้านเกิดเหตุอีกครั้ง พบว่าบ้านยังคงรกร้าง ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าอยู่อาศัย จึงพยายามสืบหาที่มาของพฤติกรรมผู้ก่อเหตุ จนพบข้อมูลจากน้าชายของศักดิ์ ซึ่งเป็นอดีตทหารพรานและประกอบอาชีพชำแหละหมู โดยเล่าว่า ศักดิ์เคยเห็นวิธีใช้เชือกผูกขาหมูด้วยปมพิเศษ รวมถึงการจับหมูถ่วงน้ำเพื่อไม่ให้เลือดคั่งในเนื้อ เชื่อว่าศักดิ์ซึมซับวิธีดังกล่าวมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่ไม่คาดคิดว่าจะนำมาใช้ก่อเหตุฆ่าคน

ด้านนักจิตวิทยาให้ความเห็นว่า เด็กที่เติบโตมากับการเห็นความรุนแรงหรือการฆ่าสัตว์ซ้ำ ๆ หากไม่ได้รับการปลูกฝังหรืออบรมอย่างเหมาะสม อาจสะสมพฤติกรรมรุนแรงและนำไปใช้เมื่อเผชิญสถานการณ์กดดันหรือเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งทำให้จตุรงค์นึกถึงคดีฆ่า 5 ศพที่ จ.ชลบุรี ของนายป๋องและนายธง พร้อมตั้งคำถามว่า อะไรคือปัจจัยที่ผลักดันให้คนคนหนึ่งกลายเป็นฆาตกรเลือดเย็นที่ก่อเหตุได้อย่างต่อเนื่อง

จตุรงค์ระบุด้วยว่า แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะพิพากษาประหารชีวิตศักดิ์ ปากรอ แต่ต่อมาศาลฎีกาลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ก่อนเจ้าตัวได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษจริงเพียง 15 ปี เปลี่ยนชื่อและนามสกุลกลับไปใช้ชีวิตใน จ.สงขลา กระทั่งอีก 5 ปีต่อมาถูกยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพัก โดยจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขณะที่จตุรงค์เผยว่า เคยมีตำรวจนายหนึ่งให้ความเห็นระหว่างทำรายการว่า ศักดิ์อาจไม่เหมาะกับการกลับมาใช้ชีวิตร่วมในสังคม เพราะอาจไม่สามารถยับยั้งชั่งใจหรือแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ และไม่คิดว่าคำพูดดังกล่าวจะกลายเป็นความจริงในเวลาต่อมา

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News