ทำเอาหลายคนอึ้งไม่น้อย เมื่อ เจมมี่เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ นักแสดงหนุ่มและเจ้าของธุรกิจอาหาร ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ Prime Cast ทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์สุดขั้วที่ดื่มหนักแทบทุกวัน ไปจนถึงวินาทีช็อกที่สุดในชีวิต หลังตรวจไมเกรนแล้วพบว่า มีซีสต์อยู่ในสมอง
เจมมี่เจมส์เผยว่า ปัจจุบันทุ่มเวลาส่วนใหญ่ให้กับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม จนสัดส่วนงานกว่า 90% อยู่ในสาย F&B ขณะที่งานแสดงยังคงเป็นอีกบทบาทที่รักและไม่เคยทิ้ง แต่สิ่งที่ทำเอาหลายคนตกใจคือการยอมรับตรงๆ ว่า มีช่วงหนึ่งที่ดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันนานหลายเดือน โดยแทบไม่มีวันไหนที่ไม่ได้ดื่มเลย พร้อมแซวตัวเองว่า หากเลิกดื่มได้ ชีวิตน่าจะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย เพราะกว่า 30% ของชีวิตหมดไปกับการสังสรรค์
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่สร้างความตกใจให้เจ้าตัวมากที่สุดไม่ใช่เรื่องการดื่ม แต่เป็นตอนที่เข้ารับการตรวจอาการไมเกรน และแพทย์พบซีสต์ในสมองขนาดประมาณ 2.7 เซนติเมตรโดยไม่คาดคิด เจมมี่เล่าย้อนว่า ทันทีที่เห็นผลตรวจถึงกับใจหาย มือสั่น และรีบโทรหาคนใกล้ตัว เพราะไม่เคยคิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง
หลังติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง แพทย์ประเมินว่าซีสต์ดังกล่าวน่าจะมีมาตั้งแต่กำเนิด และยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แต่ต้องเฝ้าดูอาการเป็นระยะ ขณะที่เจ้าตัวยังตั้งชื่อให้ซีสต์ก้อนนี้ว่า Johnny พร้อมยอมรับว่าประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้มุมมองต่อชีวิตเปลี่ยนไปไม่น้อย เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าเรื่องไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
แม้จะยังคงใช้ชีวิตเต็มที่ ทั้งทำธุรกิจ ออกกำลังกาย และสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่เจมมี่เจมส์ยอมรับว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เรียนรู้ที่จะใส่ใจสุขภาพและเห็นคุณค่าของเวลามากขึ้นกว่าเดิม
